WELCOME

ยินดีต้อนรับ สู่ KhunPlaiR







วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เลิกดื่มน้ำเย็น

บางครั้งที่เหน็ดเหนื่อยมีเหงื่อมาก กระหายน้ำ การดื่มน้ำเย็นเข้าไปในทันทีอาจไม่ให้ผลดีต่อร่างกายนัก

การดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วต่อวันจะมีประโยชน์ เพราะน้ำช่วยหล่อลื่นให้ระบบต่างๆ
ทำงานได้ดีขึ้น ระบบขับถ่ายดี ผิวพรรณสดใส แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเป็นน้ำที่สะอาด
บริสุทธิ์ ที่อุณหภูมิเดียวกับอุณหภูมิห้อง

การดื่มน้ำเย็นเกินไปเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เส้นเลือดที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร
หดตัวลง กว่าเซลล์จะปรับตัวและขยายตัวเพื่อดูดซึม ต้องใช้เวลานานพอสมควร
ในการปรับอุณหภูมิก่อนดูดซึม จึงมักเกิดอาการจุกหน้าอกเมื่อกระหายน้ำ
แล้วดื่มน้ำเย็นจัดเข้าไป ขณะที่น้ำธรรมดาที่อุณหภูมิห้อง ( 35 ºc )
ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ในระบบหมุนเวียนเลือดได้เลย

ที่มา: นิตยสารชีวจิต ปีที่ 2 ฉบับที่ 29 ธ.ค. 2542

ทำไมเสื้อกล้ามที่เป็นตาข่ายห่างๆ จึงทำให้ท่านอบอุ่น


แน่ล่ะถ้าท่านสวมเสื้อกล้ามตาข่ายห่างๆ ตัวเดียว มันจะไม่ทำให้ท่านอบอุ่นได้เลย มันจะทำให้ท่านอบอุ่น ก็ต่อเมื่อท่านได้สวมเสื้อเชิ้ตทับเสื้อกล้ามนั้นอีกทีหนึ่ง การสวมเสื้อเชิ้ตทับนั้น จะขังอากาศที่อยู่ตามรูเสื้อกล้ามมากมาย รูอากาศเปล่านี้จะกันไม่ให้ความร้อนจากร่างกาย หนีไปที่อื่นได้ จึงทำให้ท่านรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

ขนสัตว์ และขนนกก็มีลักษณะเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวมาข้างบนนี้ สัตว์และนกเหล่านั้นจะอบอุ่นด้วยรูตามขนมากมายในตัวของมัน

ที่มา: หนังสือวิทยาศาสตร์ 5 นาที ชุดที่ 2
โดย อำนาจ เจริญศิลป์

เปลือกส้มเปลือกมะนาว ช่วยให้ครัวหอม

หลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว กลิ่นของอาหารมักจะยังคงติดอยู่ตามผนัง และที่ต่างๆ
ในครัว วิธีแก้ไขให้กลิ่นหมดไปแถมช่วยเปลี่ยนให้ห้องครัวมีกลิ่นหอม ทำได้ด้วยการ
นำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวไปอบในเตาไฟอ่อนประมาณ 200-300 องศา
ฟาเรนไฮต์ นาน 4 นาที แล้วเปิดเตาอบออกให้กลิ่นหอมของส้มหรือมะนาวกระจายไป
ทั่วครัว วิธีนี้นอกจากทำให้ครัวหอมสดชื่นแล้ว ยังช่วยไล่ยุงและแมลงต่างๆ ได้อีกด้วย
( หากไม่มีเตาอบนำเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาวไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ ก็ได้ )

ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.33 วันที่ 28.10.2004

วัวกระทิงไม่ชอบสีแดงจริงหรือ

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า วัวกระทิง (bison) ไม่ชอบสีแดง นักสู้วัวกระทิ้งจึงใช้ผ้าคลุม
สีแดงเพื่อยั่วให้วัวโกรธ เรื่องนี้มีการทดสอบมาแล้วหลายครั้งหลายหน ปรากฎว่า
วัวมีประสบการณ์ต่อสิ่งแวดล้อมที่มีสีดำกับขาว และอาจเห็นสีเทาแก่กับเทาอ่อนได้

นอกจากนี้ยังได้ทดลองกับสัตว์อื่นๆอีกปรากฎว่า มีลิงเท่านั้นที่สามารถเข้าใจในเรื่อง
สีต่างๆได้ ดังนั้น สีแดงจึงไม่มีผลต่อความรู้สึกของวัวเลย
ถ้าเช่นนั้นทำไมมาทาดอร์
(นักสู้วัวในกีฬาสู้วัวของสเปน) จึงชอบใช้ผ้าคลุมสีแดงยั่ววัวให้โกรธ

คำตอบอาจมีว่า สีแดงช่วยทำให้ผู้ชมรู้สึกตื่นเต้น ผ้าคลุมสีแดงจึงมีไว้ยั่วผู้ชมมากกว่า
กีฬาสู้วัวถึงแม้จะดูสนุกแต่ถ้าพลาดขึ้นมาละก็ ชีวิตของนักสู้วัวเรียกได้ว่าไม่ตายก็พิการ
เอาง่ายๆ เชียวล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นคนสเปนเขาก็ยังนิยม และชอบดูกีฬาสู้วัวประเภทนี้
อยู่ดีนั่นแหละ

ที่มา: นิตยสาร Lisa vol.5 no.36 วันที่ 18.11.2004

ในข้าวกล้องมีสารก่อมะเร็งจริงหรือ ?

ตอบอย่างง่ายๆ ก็คือ จริงค่ะ แต่ถ้าตอบอย่างยากๆ ก็ต้องอธิบายกันยาวเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง คงจะสังเกตกันนะคะว่า ข้าวกล้องที่อยู่ในจานบางเม็ดมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำแต้มอยู่มาก หรือเกือบทั้งเม็ด ตรงส่วนนี้แหละค่ะนักวิทยาศาสตร์ไทยได้สังเกตเช่นกัน และได้ลองนำไปเพาะเชื้อดู ปรากฏว่าเป็นเชื้อราแอสเปอร์จิรัส ซึ่งเป็นเชื้อราที่สร้างสารอะฟลาท็อกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับ (ที่เคยทำให้เราตกใจมาแล้วกับเรื่องถั่วลิสง)
อย่างงี้รับประทานข้าวกล้องก็ไม่ดีนะสิ ?
รับประทานข้าวกล้องนั้นดีแน่ค่ะ มีประโยชน์กว่าข้าวขาวหลายเท่า ทราบมั้ยคะว่าเจ้าเชื้อรานี้ขึ้นเฉพาะในข้าวกล้องไม่ขึ้นในข้าวขาว ก็เพราะข้าวกล้องมีเยื่อบางๆ ที่หุ้มอยู่ซึ่งเยื่อบางๆ นี้แหละที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และเป็นอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ต่อพวกเชื้อรา ซึ่งในข้าวขาวจะถูกขัดสีออกไปหมดแล้ว เชื้อราจึงไม่ขึ้น เห็นความฉลาดของเจ้าเชื้อรามั้ยคะ

แล้วต้องทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย ?

1.ให้เลือกซื้อข้าวกล้องที่ขัดสีใหม่ๆ (แต่คงไม่ต้องถึงกับสีข้าวหรือตำข้าวรับประทานเองหรอกนะคะ)
2.ให้คัดเลือกเม็ดข้าวที่เสีย เม็ดลีบ เม็ดไม่สมบูรณ์
3.อย่าเก็บข้าวกล้องไว้ในที่ชื้น เพราะจะทำให้ราขึ้นง่าย

เท่านี้แหละค่ะไม่ยากเลย ข้าวกล้องนั้นมีประโยชน์มากมาย ถ้าเรารู้ข้อดี ข้อเสียของมัน และกำจัดข้อเสียออก เก็บข้อดีไว้ ก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับมะเร็งค่ะ

ที่มา: แพทย์หญิง กนกวรรณ พรประสิทธิ์

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

เกาลัดคั่วในเม็ดทราย

เกาลัดคั่วที่เห็นมากแถวเยาวราช มักจะมีเม็ดสีดำเล็กๆ คั่วรวมอยู่ด้วย หลายคนคิดว่า
เป็นเมล็ดกาแฟ จริงๆ แล้วไม่ใช่ เจ้าเม็ดสีดำเล็กนั้นคือเม็ดทรายขนาดประมาณ
3-5 มิลลิเมตร เป็นทรายที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือที่เห็นตามตู้ปลาสีออกน้ำตาล
พ่อค้าจะนำเอาทรายแห้งใส่ลงไปในกระบะใบใหญ่ พอทรายร้อนระอุได้ที่จนเป็นสีดำ
ก็จะนำเอาลูกเกาลัดใส่ลงไป บางร้านเติมน้ำตาลทรายคั่วรวมกันให้ได้รสหวาน
บางเจ้าเพิ่มกลิ่นหอมด้วยการใส่เมล็ดกาแฟคั่วรวมไป

เหตุผลที่ต้องใช้เม็ดทราย ก็เพราะเม็ดทรายช่วยเก็บความร้อนไว้ได้ ซึ่งดีนัก
สำหรับการทำให้เกาลัดสุกถึงเนื้อผลด้านใน เพราะหากสังเกตกันดีๆ
เนื้อผลของเกาลัดนั้นจะไม่ติดกับเปลือก ดังนั้นการใช้ทรายที่ร้อนระอุตลอดเวลา
จะช่วยให้เนื้อเกาลัดค่อยๆ สุก แต่ต้องหมั่นคนเพื่อไม่ให้เกาลัดไหม้ ซึ่งจะคั่วกันนาน
ราว 30-40 นาที เม็ดทรายนั้นใช้ได้นานกว่า 1 เดือน เรียกว่าคั่วเกาลัดได้หลายกระทะ
จนทรายที่เป็นเม็ดเริ่มป่นเป็นผงนั่นแหล่ะจึงจะเปลี่ยนไปใช้เม็ดทรายชุดใหม่

ที่มา : นิตยสาร ครัว krua vol. 13 no. 149 November 2006

วิธีกินบุฟเฟ่ต์อย่างได้คุณค่า

่เราควรจะรู้ตัวว่าเมื่อไหร่ควรจะพอ และหยุดกิน ไม่ใช่กินเพื่อให้คุ้มตามข้อเสนอ
ที่ทางร้านหยิบยื่น แต่เราต้องกินอย่างใส่ใจกับสุขภาพตระหนักถึงคุณประโยชน์
และโทษที่ได้รับด้วยเช่นกัน

1. กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อหมู ไก่ วัว ปลาหมึก ให้น้อยลง
โดยทานเนื้อปลา หรือผักแทนที่ เพราะเป็นอาหารที่ย่อยง่ายอีกทั้งปราศจากไขมัน
และไม่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

2. กินอาหารที่ต้มหรือลวก
โดยพยายามกินอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ทอด ให้น้อยที่สุด

3. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมระหว่างทาน
เพราะว่าสองสิ่งนี้ให้พลังงานอาหารที่มาก และต้องใช้เวลานานในการเผาผลาญ
ควรเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือน้ำชาแทนที่

4. สังเกตเนื้อสัตว์ก่อนหยิบมารับประทาน หรือปรุง
ว่ามีสภาพ รูป สี กลิ่น ต่างไปจากปกติหรือไม่

5. เมื่อเห็นว่ากระทะหรือเตาย่างเริ่มไหม้
แล้วควรเรียกพนักงานให้เปลี่ยนอันใหม่ให้ ไม่ควรเกรงใจทนกินต่อไป
เพราะสิ่งที่สะสมอยู่บนกระทะนั้นนอกจากจะเป็นสารก่อมะเร็งตัวฉกาจแล้วนั้น
ยังทำให้เนื้อไม่สุกทั่วถึงกัน เนื่องจากคราบไหม้จะปิดกั้นความร้อน
ทำให้เนื้อที่ได้ไม่สุกดี

6. อย่ารีบทานจนเกินไป
อาจฆ่าเวลาด้วยการเดินย่อย หรือคุยสังสรรค์กับเพื่อน เพื่อช่วยร่างกายในเรื่อง
การย่อยอาหาร

7. ออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานส่วนเกินจากมื้อนั้นๆ ด้วยวิธีเบาๆ
เช่น ค่อยๆ เดิน เพื่อกระตุ้นให้กระเพาะย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังจากกินอาหารแล้วนั้น อย่าเพิ่งล้มตัวลงนอนในทันที ควรจะนั่งพักสักครู่
หรือทำกิจกรรมเบาๆ อื่นๆ ก่อน

8. รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในร้านที่ไว้วางใจได้
ทั้งความสด สะอาดของอาหาร และความอนามัยของภาชนะ

อย่าลืมว่า..สิ่งที่คุณจะได้รับไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็จะส่งผลจากสิ่งที่คุณกินเข้าไปนั่นเอง
"You are what you eat"


ที่มา : คอลัมน์ Special Report นิตยสาร ใกล้หมอ ปีที่ 30 ฉบับที่ 8 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549